แอสตัน วิลล่า พลิกสถานการณ์จากตามหลังสองประตู กลับมาเอาชนะได้อย่างดราม่า คว้าตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโรปาลีก _นาที_การแข่งขัน_ผู้ชม
โอ้โห! มีใครอีกบ้างที่ดูการแข่งขันระหว่างแอสตัน วิลล่า กับ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เมื่อคืนนี้และเกือบจะปิดทีวีไปก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินเสียงนกหวีดสุดท้าย? โดยเฉพาะเมื่อลูกยิงหลังของมูสซ่าทำให้สกอร์เป็น 0-2 ในนาทีที่ 48 – ฉันพนันได้เลยว่าแฟนวิลล่าแปดในสิบคนคงคิดในใจว่า "เราจบแล้ว"กระแสความคิดเห็นอย่าง "ถึงเวลานอนแล้ว" และ "เกมจบแล้ว" ที่ไหลผ่านหน้าจอไปอย่างไม่ขาดสาย สะท้อนอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าอีกสี่สิบกว่านาทีถัดไปจะดำเนินไปราวกับมังงะฟุตบอลเรื่องหนึ่งอย่างแท้จริง?
มาเริ่มกันที่ตัวเลขที่น่าทึ่งที่สุด: ไทโรน มิงส์ เหตุการณ์ผิดพลาดในนาทีที่ 33 บริเวณขอบเขตโทษของตัวเอง – ฉันเห็นมันชัดเจน – เขาลังเล ทำให้บาดูฉกบอลไปได้อย่างสะอาดและส่งให้โคนาเต้ยิงเข้าประตูที่ว่างเปล่า ประตูนั้นรู้สึกเหมือนถังน้ำเย็นถูกเทลงบนวิลล่าพาร์คทั้งหมดเพื่อให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก เพียงสองนาทีต่อมา วัตคินส์ก็กุมต้นขาและนั่งลงทันที ถูกเปลี่ยนตัวออกทันที นั่นคือตอนที่หัวใจของฉันหล่นวูบ: เมื่อแกนรุกของเราได้รับบาดเจ็บและแนวรับก็เสียประตูง่ายๆ เราจะเล่นแมตช์นี้ได้อย่างไร? แน่นอนว่าหลังจากพักครึ่ง เราก็เสียประตูอีกทำให้สกอร์เป็น 0-2 กล้องจับภาพมินส์ที่นั่งลงอย่างหมดกำลังใจ หัวก้มต่ำ
แต่ฟุตบอลเป็นเกมที่น่าทึ่ง และมันคือ มิงส์ ที่กลายเป็นผู้กอบกู้ในนาทีที่ 76 แคชเปิดบอลจากด้านขวาในมุม 45 องศา – ไม่ใช่คุณภาพที่สูงมากนัก แต่ มิงส์ วิ่งจากจุดโทษเกือบถึงเสาแรก การโหม่งของเขาเต็มไปด้วยความดุดัน ราวกับตั้งใจจะขจัดความผิดหวังทั้งหมดออกไป และลูกบอลพุ่งเข้าตาข่ายอย่างรุนแรงราวกับลูกปืนใหญ่2-2! จากที่เสียประตูจากความผิดพลาดของตัวเอง กลายมาเป็นโหม่งประตูตีเสมอด้วยตัวเอง – ความผันผวนทางจิตใจเช่นนี้ เป็นสิ่งที่นักเตะเพียงไม่กี่คนเท่านั้นจะทนได้ สถิติหลังเกมเผยว่าเขาเคลียร์บอลได้ 5 ครั้ง และชนะการดวลกลางอากาศ 3 ครั้งตลอดการแข่งขัน นอกเหนือจากความผิดพลาดครั้งนั้นแล้ว เขาคือผู้เล่นที่ไว้ใจได้มากที่สุดในแนวรับตลอดช่วงเวลาที่เหลือของเกม เรื่องราวของการไถ่โทษตัวเองเช่นนี้ คือแง่มุมที่สร้างความประทับใจที่สุดในวงการฟุตบอล

แน่นอนว่าการกลับมาไม่สามารถทำได้โดยคนเพียงคนเดียวที่พยายามแก้ไขข้อผิดพลาด การเปลี่ยนตัวผู้เล่นของเอเมรี่ในครึ่งหลังพิสูจน์แล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงเมื่อมองย้อนกลับไป การเปลี่ยนตัววัตคินส์ที่บาดเจ็บออกและส่งมอร์แกน โรเจอร์สลงสนามอาจดูเหมือนเป็นการปรับเปลี่ยนที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ในตอนแรก แต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ปลดล็อกพลังเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดาวรุ่งรายนี้ซึ่งยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามบ่อยนักกับวิลล่าในฤดูกาลนี้ กลายเป็นผู้ทำประตูชัยในเกมนี้ในนาทีที่ 64 บูเอนเดียจ่ายบอลทะลุช่องอย่างแม่นยำจากกลางสนาม โรเจอร์สรับบอลทางฝั่งซ้าย หันหน้าเข้าหาคู่แข่ง และแทนที่จะจ่ายต่อ เขากลับเลือกยิงต่ำอย่างเด็ดขาด บอลพุ่งเสียบมุมล่างอย่างสวยงาม 1-2! แม้จะเป็นมุมแคบ แต่การตัดสินใจยิงของเขานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ประตูนี้จุดประกายการกลับมาของวิลล่า และปลุกความเชื่อของแฟนๆ ขึ้นมาอีกครั้งว่า "เรายังสามารถทำได้"

ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยจากฝีมือของจิมโม อาลูบา วัย 19 ปี ในนาทีที่ 66 อูไน เอเมรี ส่งเขาลงสนามแทนเลออน เบลีย์ ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรุก อาลูบาลงเล่นในตำแหน่งริมเส้นฝั่งขวาเป็นหลักหลังจากถูกส่งลงสนามขณะที่นาฬิกาเดินหน้าเข้าสู่ช่วงนาทีที่ 87 ซึ่งดูเหมือนว่าเกมจะจบลงด้วยผลเสมอ ช่วงเวลาชี้ขาดก็มาถึง เคเดน ยัง รับบอลทางริมเส้นฝั่งขวา เผชิญหน้ากับแนวรับ และตัดสินใจเลี้ยงบอลตัดเข้าในหาเส้นหลัง จากบริเวณใกล้เส้นข้างสนาม เขาปาดบอลเรียดข้ามหน้าประตูไป ในจังหวะนั้น อโลบา วิ่งทะลุเข้าเขตโทษ! โดยแทบไม่ต้องปรับตัวยิงเลย เขาซัดบอลด้วยเท้าแรกเข้าไปที่มุมไกล ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์เซฟอย่างสิ้นเชิง3-2! ผู้ชนะ! สถิติแสดงให้เห็นว่านี่คือการสัมผัสบอลครั้งแรกของเขาหลังจากลงสนามเป็นตัวสำรอง เปลี่ยนเป็นประตูทันที นี่ไม่ใช่โชคช่วย แต่เป็นสัญชาตญาณของวัยหนุ่มและการพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล การเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งของเขา ผสมผสานกับเสียงคำรามอันดังสนั่นของวิลล่า พาร์ค กลายเป็นภาพที่โดดเด่นที่สุดของค่ำคืนนี้ เด็กหนุ่มวัย 19 ปีทำประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศยูโรป้าลีก – แม้แต่ผู้เขียนบทภาพยนตร์ก็ไม่กล้าเขียนบทแบบนี้

ชัยชนะ 3-2 ในครั้งนี้ทำให้แอสตัน วิลล่าได้คะแนนในรอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีกเป็น 21 คะแนน (ชนะ 6 นัด แพ้ 2 นัด จาก 8 นัด)ควรสังเกตว่าพวกเขาได้สะสมไปแล้ว 18 คะแนนจาก 7 นัดแรก แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอที่น่าทึ่ง ความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวของพวกเขาเกิดขึ้นในเกมเยือนลียง อย่างไรก็ตาม ชัยชนะอันน่าตื่นเต้นในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มนี้เองที่ทำให้พวกเขาจบอันดับสอง และผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้โดยตรงโดยไม่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากรอบเพลย์ออฟตารางคะแนนรอบแบ่งกลุ่มแสดงให้เห็นว่าแอสตัน วิลล่าและทีมอันดับสูงสุดอย่างลียงต่างจบด้วย 21 คะแนนเท่ากัน โดยวิลล่าได้อันดับสองเพียงเพราะมีผลต่างประตูได้เสียที่น้อยกว่า ลียงทำได้ 23 ประตูและเสียเพียง 5 ประตู ในขณะที่วิลล่าทำได้ 18 ประตูและเสีย 9 ประตู ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังการโจมตีที่น้อยกว่าเล็กน้อย แต่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่น่าทึ่ง

การแข่งขันรอบคัดเลือกเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นไปอย่างหลากหลายสำหรับหลายทีม โดยแอสตัน วิลล่า ได้เข้าร่วมกับอีกเจ็ดทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้แก่ ลียง จากฝรั่งเศส, มิดทิลลันด์ จากเดนมาร์ก, ปอร์โต้ และบรากา จากโปรตุเกส, เรอัล เบติส จากสเปน, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จากเยอรมนี, และโรมา จากอิตาลี เส้นทางของโรมาในการผ่านเข้ารอบนั้นไม่ได้ง่ายไปกว่าของวิลล่าเลยพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับพานาธิไนกอสในเกมเยือน โดยเสียผู้เล่นไปหนึ่งคนในนาทีที่ 69 แม้จะเหลือผู้เล่นน้อยกว่าตลอดช่วงเวลาที่เหลือของเกม พวกเขาก็สามารถตีเสมอได้จากลูกากูในนาทีที่ 89 คว้าหนึ่งแต้มอันล้ำค่ากลับออกมาได้ การรอดพ้นอย่างหวุดหวิดนี้ทำให้พวกเขาเบียดเข้าสู่แปดอันดับแรกด้วยช่องว่างที่น้อยที่สุด นี่คือความโหดร้ายของรอบน็อคเอาท์—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็สามารถเปลี่ยนจากสวรรค์เป็นนรกได้ในพริบตา

แน่นอนว่าย่อมมีผลลัพธ์ที่น่าเสียดายเกิดขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่คว้าชัยชนะอย่างงดงาม 4-0 ในบ้านเหนือเฟเรนซ์วารอซี่จากฮังการีในรอบนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พวกเขาก่อปัญหาไว้อย่างหนักในช่วงต้นฤดูกาล ชัยชนะอันถล่มทลายนี้จึงทำได้เพียงเพิ่มคะแนนรวมเป็น 13 แต้ม และจบอันดับที่ 11 ในที่สุดแม้ว่าพวกเขาจะพลาดการผ่านเข้ารอบโดยตรง แต่พวกเขายังคงได้รับตำแหน่งในรอบเพลย์ออฟเพื่อเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ พวกเขาจะพบกับทีมอันดับสามจากรอบแบ่งกลุ่มของแชมเปียนส์ลีก โดยมีโอกาสที่จะแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งอีกหนึ่งในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน เช่น เกงค์, โบโลญญา และสตุ๊ตการ์ท ก็จะเข้าร่วมแข่งขันในรอบเพลย์ออฟเพื่อรักษาตำแหน่งในการแข่งขันยุโรปต่อไป

สำหรับบางทีม คืนนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดอย่างชัดเจนของการแข่งขันในยุโรปของพวกเขา ในจำนวนนั้นรวมถึงเฟเยนูร์ดจากเนเธอร์แลนด์, เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์กจากออสเตรีย (ทีมที่วิลล่าเคยยิงประตูชัยใส่), กลาสโกว์ เรนเจอร์สจากสกอตแลนด์ และสปอร์ติ้ง ซีพีจากโปรตุเกสโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ได้สูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันในยูโรปาลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว โดยเก็บได้เพียงหกแต้ม (ชนะหนึ่ง เสมอสาม แพ้สาม จากเจ็ดนัด) ภาพของนักเตะที่ล้มลงกับพื้นสนามหลังประตูชัยในนาทีสุดท้ายของอาลาบานั้น สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติอันโหดร้ายของฟุตบอลได้อย่างชัดเจน

ตัวเลขไม่โกหก มาวิเคราะห์สถิติเบื้องหลังการกลับมาของวิลล่ากัน พวกเขาครองบอลได้เหนือกว่าที่ 58% ต่อ 42% จำนวนการยิงประตูเป็น 22 ต่อ 7 โดยยิงเข้ากรอบ 9 ครั้ง เทียบกับ 3 ครั้ง ลูกเตะมุมเป็น 11 ต่อ 2ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้จะตามหลัง 2-0 วิลล่าก็ยังคงรักษาความสงบและควบคุมจังหวะของเกมได้อย่างเต็มที่ ด้วยแรงกดดันจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง พวกเขาสามารถเปลี่ยนความเหนือกว่าให้กลายเป็นชัยชนะได้ ในที่สุด บุเอนเดียส่งบอลสำคัญถึงห้าครั้ง รวมถึงการจ่ายทะลุช่องที่นำไปสู่ประตูของโรเจอร์ส ดักลาส ลุยซ์ทำการเข้าสกัดสำเร็จสูงสุดในทีมถึงสี่ครั้ง ช่วยให้การกดดันในแดนกลางยังคงเข้มข้น รายละเอียดเหล่านี้ล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการกลับมาคว้าชัยในครั้งนี้

อูไน เอเมรี ยังคงรักษาความสงบในเขตเทคนิคไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ตลอดการแข่งขัน โดยไม่แสดงอาการตื่นเต้นเหมือนที่เคยเป็น อย่างไรก็ตาม ทุกการตัดสินใจทางยุทธวิธีของเขาได้เปลี่ยนแปลงทิศทางของเกมอย่างเงียบๆ การเสียประตูในช่วงต้นครึ่งแรกและการถอนตัวของผู้เล่นคนสำคัญทำให้แผนการเริ่มต้นของเขาต้องสะดุด เขาตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการส่งโรเจอร์สลงสนามแทนวัตคินส์ เพื่อรักษาแรงกดดันในเกมรุกไว้ตามหลัง 0-2 ในครึ่งหลัง เขาได้ส่งคาเดน ยังก์ และอาลูบา ลงสนามในช่วงนาทีที่ 60 โดยใช้ความอึดและความกระตือรือร้นของดาวรุ่งทั้งสองในการเจาะแนวรับของคู่แข่งที่เริ่มอ่อนล้าในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย ทั้งสองตัวสำรองมีส่วนร่วมโดยตรงกับประตูในช่วงท้ายเกม โดยคาเดน ยังก์เป็นคนแอสซิสต์ให้อาลูบาทำประตูชัย ความสามารถทางแท็คติกเช่นนี้ถือเป็นจุดสูงสุดของความเป็นยอดผู้จัดการทีมไม่น่าแปลกใจที่แฟนบอลกล่าวว่า การนำหน้าทีมที่คุมโดยอูไน เอเมรีในยูโรปาลีกไม่เคยปลอดภัย
การแข่งขันนี้ยังเน้นย้ำถึงลักษณะเด่นของฤดูกาลของแอสตัน วิลล่า: ความยืดหยุ่น หากมองไปที่สถิติการแข่งขันของพวกเขา จะพบว่าไม่ว่าจะเป็นในพรีเมียร์ลีกหรือยูโรปาลีก พวกเขาได้ทำการกลับมาหรือเสมอหลังจากเสียประตูแรกในหลายโอกาสจิตวิญญาณที่ไม่ย่อท้อนี้คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่ Unai Emery ได้ปลูกฝังให้กับทีม มันไม่ได้แสดงออกเพียงแค่ในการปฏิบัติตามกลยุทธ์เท่านั้น แต่ยังฝังลึกอยู่ในจิตใจของผู้เล่นทุกคน เมื่อตามหลัง 0-2 ดวงตาของผู้เล่นไม่ได้แสดงถึงความยอมแพ้—แต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่เพิ่มมากขึ้น ความแข็งแกร่งทางจิตใจเช่นนี้มักมีความสำคัญมากกว่าความสามารถทางเทคนิคที่ดิบๆ ในช่วงมาราธอนอันเหน็ดเหนื่อยของฤดูกาลและความเข้มข้นที่ดุเดือดของรอบน็อคเอาท์
สถิติโดยรวมของแอสตัน วิลล่าที่ชนะ 7 นัดและแพ้ 1 นัดในรอบแบ่งกลุ่มถือว่ามีคุณค่าอย่างมาก พวกเขาคว้าชัยชนะเหนือทั้ง AZ Alkmaar และ Sturm Graz ในขณะที่รักษาสถิติไร้พ่ายกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง AS Roma และ Sporting Braga ด้วยชัยชนะ 1 นัดและเสมอ 1 นัด ความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวของพวกเขาเกิดขึ้นในการออกไปเยือน Olympique Lyonnais การผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพและความสม่ำเสมอของพวกเขา ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใดรูปแบบการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีกใหม่ทำให้ทุกนัดมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วิลล่าได้ตำแหน่งที่ดีจากการกลับมาชนะอย่างตื่นเต้น ซึ่งสร้างความมั่นใจอย่างมากสำหรับการแข่งขันในรอบน็อคเอาท์ที่กำลังจะมาถึง
ในขณะเดียวกัน ผลงานของทีมอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ารอบโดยตรงก็มีความโดดเด่นเช่นกัน ลียงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพระดับแชมป์ด้วยการโจมตีและการป้องกันที่สมดุล มิดทิลลันด์ในฐานะทีมจากลีกที่ไม่ใช่ห้าลีกใหญ่ ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นม้ามืดด้วยการคว้าตำแหน่งในรอบแปดทีมสุดท้ายปอร์โต้, เรอัล เบติส และบราก้า ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในยุโรปเป็นประจำ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งตามแบบฉบับของพวกเขาไว้ได้ ขณะที่ไฟร์บวร์กได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของบุนเดสลีกาในยูโรป้าลีก ในขณะเดียวกัน โรม่าเป็นตัวแทนเพียงทีมเดียวจากเซเรียอาที่ผ่านเข้าสู่รอบนี้ การก้าวหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยทั้งความตื่นเต้นและความอดทน
เวทียูโรปาลีกไม่เคยขาดแคลนความดราม่า คืนเดียวสามารถเป็นพยานให้เห็นการกลับมาอย่างน่าทึ่ง การจากไปอย่างเจ็บปวด การผ่านเข้ารอบอย่างลุ้นระทึก และความผิดหวังอย่างขมขื่น นักฟุตบอลที่ค้นพบการไถ่บาป ดาวรุ่งพุ่งแรงที่แจ้งเกิดบนเวที ผู้จัดการทีมที่ต่อสู้ด้วยแท็คติกอย่างเยือกเย็น—องค์ประกอบเหล่านี้ทั้งหมดผสมผสานกันเพื่อสร้างเสน่ห์อันไร้เทียมทานของฟุตบอลค่ำคืนของแอสตัน วิลล่าเต็มไปด้วยทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้นและสกอร์บอร์ดหยุดนิ่งที่ 3-0 เสียงคำรามของวิลล่า พาร์คก้องกังวานไปทั่วฟ้า ไม่ใช่เพียงเสียงเพลงแห่งชัยชนะ แต่เป็นบทเพลงสรรเสริญจิตวิญญาณอันไม่ย่อท้อที่ไม่ยอมแพ้


