lucky9999.com

สามนัด สามประตู: ความมีประสิทธิภาพอย่างน่าอัศจรรย์ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น คว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นนัดที่สาม แต่บาเยิร์นยังคงนำอยู่ 15 คะแนน ขณะที่การต่อสู้เพื่อท็อปโฟร์ทวีความร้อนแรง แฟรงค์เฟิร์ต แชมเปี้ยนส์ลีก ฮอฟเฟ่นไฮม์

ในค่ำคืนของวันที่ 31 มกราคม 2026 เวลา 22:30 น. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พบกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ในเกมเยือนของรอบที่ 20 ของบุนเดสลีกา ก่อนเริ่มการแข่งขัน บาเยิร์น มิวนิค มีสถิติชนะ 10 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ 6 นัด จาก 18 นัดแรกในลีก ทำให้พวกเขาติดอยู่ในสงครามการต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งท็อปโฟร์อย่างดุเดือด

เมื่อเปรียบเทียบกับทีมที่แข็งแกร่งและคว้าแชมป์เมื่อปีที่แล้ว การลดลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง สถิติล่าสุดของพวกเขาที่ชนะสองครั้งและแพ้สามครั้งในห้าแมตช์ล่าสุดยิ่งตอกย้ำถึงความไม่มั่นคงของทีม

ในการแข่งขันนี้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ใช้แผนการเล่น 3-4-2-1 โดยมี โคฟาเน่ เป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี เทอร์เรียร์ และ มาลิก ทิลล์มัน คอยเคลื่อนที่สนับสนุนอยู่ด้านหลัง ส่วน กริมัลโด้, อเล็กซ์ การ์เซีย, เอเซเกียล เฟร์นานเดซ และ อาร์เธอร์ รับหน้าที่ในแดนกลางสี่คน

ทัปโซบา, อันดริช และคูอันซา เป็นแกนหลักในแนวรับ โดยมีบลัสวิชเฝ้าเสา ผู้เล่นตัวจริงชุดนี้มีมูลค่ารวมกัน 228 ล้านยูโร ซึ่งสูงกว่าแฟรงค์เฟิร์ตที่มีมูลค่า 200 ล้านยูโรเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครคาดคิดว่าไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นจะจบการแข่งขันด้วยความมีประสิทธิภาพที่แทบจะไร้ความปรานี

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น บุกขึ้นนำไปก่อนในเกมเยือน โดยทำลายสกอร์ที่เสมอกันในนาทีที่ 26 กริมัลโด้ส่งบอลกลับหลังอย่างชาญฉลาด ทำให้อาร์เธอร์สามารถยิงเข้าประตูจากมุมแคบทางขวาของกรอบเขตโทษได้ ไม่ถึง 7 นาทีต่อมา บาเยิร์นก็ทำประตูได้อีกครั้ง!

มาริค ทิลล์แมน รับบอลจากโคฟานที่ริมกรอบเขตโทษและยิงบอลเข้ามุมใกล้อย่างใจเย็น ผู้รักษาประตูถูกบังสายตา ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ขณะที่บอลกลิ้งเข้าประตูไป เมื่อจบครึ่งแรก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น นำอยู่ 2-0 การครองบอลของพวกเขาไม่ได้เหนือกว่ามากนัก แต่การโจมตีแต่ละครั้งมีความแม่นยำราวกับมีดผ่าตัด

แฟรงค์เฟิร์ตตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 50 ทันทีหลังเริ่มครึ่งหลัง โคชยิงวอลเลย์แต่บอลถูกปัดออกมา แต่เขาตามซ้ำเข้าไปตุงตาข่าย จุดประกายความหวังให้ทีมอีกครั้ง จุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 70 เมื่อ ชิริ ของแฟรงค์เฟิร์ตโดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะทำฟาวล์และถูกไล่ออกจากสนาม

เหลือผู้เล่นเพียงสิบคน ทีมเจ้าบ้านไม่สามารถทำอะไรเพื่อพลิกสถานการณ์ได้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ปิดฉากชัยชนะด้วยการยิงประตูในช่วงท้ายเกมจาก อเล็กซ์ การ์เซีย สกอร์ 3-1 คงอยู่จนถึงเสียงนกหวีดสุดท้าย ทำให้ทีม "ฟาร์มาคูนส์" คว้าสามแต้มไปครองได้อย่างสบายๆ

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ชัยชนะติดต่อกันของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นเพิ่มขึ้นเป็นสามนัดติดต่อกันในทุกรายการแข่งขัน หากคุณย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คุณจะพบว่าต้นกำเนิดของชัยชนะติดต่อกันนี้ยิ่งน่าทึ่งกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2025 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พบกับ วีเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก ในเกมเยือน ในนัดนั้น บาวาเรียนสามารถยิงเข้ากรอบได้เพียงสามครั้งในครึ่งแรก – แต่ทั้งสามครั้งนั้นกลับกลายเป็นประตูทั้งหมด

ฮอฟฟ์มันน์เปิดสกอร์แรกด้วยการยิงต่ำในนาทีที่ 9, ทาปโซบาโหม่งเข้าประตูในนาทีที่ 24, และมาลิก ทิลล์มันน์จบสกอร์ในจังหวะตัวต่อตัวในนาทีที่ 33. สกอร์ 3-0 ในครึ่งแรกทำให้แฟนบอลเจ้าบ้านตะลึงงันอย่างสิ้นเชิง.

น่าทึ่งมาก! ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ครองเกมได้อย่างเหนือชั้นด้วยการครองบอลถึง 64% แต่สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความเฉียบขาดอย่างแท้จริงคืออัตราการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตู 100% จากเพียง 3 ครั้งที่ยิงตรงกรอบ ในทางตรงกันข้าม วีเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก มีโอกาสยิงถึง 8 ครั้งในครึ่งแรกแต่ไม่สามารถทำประตูได้เลยแม้แต่ลูกเดียว – เป็นความจริงที่โหดร้ายและชัดเจนอย่างยิ่ง

ในครึ่งหลัง โวล์ฟสบวร์กตีตื้นขึ้นมาได้หนึ่งประตู แต่ไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ สกอร์ 3-1 คงอยู่จนถึงสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย ทำให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นคว้าชัยชนะไปได้อย่างประหยัดที่สุด

เบื้องหลังชัยชนะสามนัดติดต่อกันของพวกเขานั้น คือการดิ้นรนของไบเออร์ เลเวอร์คูเซนในฤดูกาลนี้ ในฐานะอดีตแชมป์ลีก พวกเขาตอนนี้พบว่าตัวเองอยู่ห่างไกลจากบาเยิร์น มิวนิคในตารางคะแนน ช่องว่างถึงสิบห้าคะแนนยืนเป็นเหมือนเหวลึกระหว่าง 'โรงงานยา' กับความหวังในการคว้าแชมป์ของพวกเขา

ทำไมถึงมีความแตกต่างอย่างชัดเจนเช่นนี้? ตัวเลขพูดแทนตัวเองได้ชัดเจน บาเยอร์ เลเวอร์คูเซ่น เสียประตูไปแล้ว 27 ประตูใน 20 นัดแรกของลีกฤดูกาลนี้ เมื่อเทียบกับเพียง 24 ประตูตลอดทั้งฤดูกาลก่อนหน้า การลดลงของแนวรับนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นจุดอ่อนของพวกเขา

ปัจจัยที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความสม่ำเสมอ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ชนะสองเกมและแพ้สามเกมในห้าแมตช์ลีกหลังสุด โดยมีการแสดงผลงานที่แข็งแกร่งและตกต่ำสลับกันไป ในทางตรงกันข้าม ภายใต้การนำของวินเซนต์ คอมปานี บาเยิร์น มิวนิก ทำประตูเฉลี่ยมากกว่าสามประตูต่อเกมพร้อมกับการป้องกันที่แข็งแกร่งกว่า บาเยิร์นแพ้เพียงหนึ่งเกมในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ ในขณะที่เลเวอร์คูเซ่นแพ้ไปแล้วหกเกม ความแตกต่างในฟอร์มการเล่นเช่นนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน

ด้วยตำแหน่งแชมป์ที่เกินเอื้อม ความสนใจจึงหันไปที่การจบในอันดับท็อปโฟร์แทน อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย ในตารางคะแนนบุนเดสลีกา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น กำลังครองตำแหน่งอย่างแข็งแกร่งด้วยชัยชนะสามนัดติดต่อกัน แต่พวกเขายังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากทีมไล่ล่าอย่างฮอฟเฟ่นไฮม์และไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ทั้งสามทีมนี้กำลังอยู่ในศึกสามทางที่สูสี โดยต่างมี 27 คะแนนเท่ากัน และตอนนี้ผลต่างประตูได้เสียกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการกำหนดอันดับสุดท้ายของพวกเขา

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มีอัตราการชนะในบ้านถึง 67% โดยสามารถเก็บชัยชนะได้ 4 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง ใน 5 นัดล่าสุด ขณะที่เสียประตูเพียง 2 ลูก – ความแข็งแกร่งในเกมรับคือจุดแข็งที่สุดของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ซ่อนอยู่ก็ชัดเจนไม่แพ้กัน: ประสิทธิภาพในการทำประตูของพวกเขามีความไม่คงเส้นคงวา โดยทำได้เพียง 4 ประตูใน 3 นัดล่าสุด และมีการพึ่งพาความสามารถในการสร้างสรรค์เกมของวิร์ตซ์มากเกินไป

ฟอร์มการเล่นนอกบ้านของฮอฟเฟ่นไฮม์นั้นยอดเยี่ยมมาก โดยไม่แพ้ใครใน 6 นัดเยือนหลังสุด ชนะ 4 เสมอ 2 กองหน้าคนสำคัญอย่าง อัสลานี ทำไปแล้ว 3 ประตูและจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู 2 ครั้งใน 3 นัดหลังสุด อย่างไรก็ตาม แนวรับได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บ โดย ฮิโรกิ มาชิดะ เซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด ขณะที่ คาบัค ยังคงพักรักษาตัวระยะยาว ทีมเสียประตูเฉลี่ย 1.7 ประตูต่อเกมใน 3 นัดหลังสุด

แฟรงค์เฟิร์ตยังคงตามติดอย่างใกล้ชิดด้วยการจบสกอร์ที่สม่ำเสมอ กองหน้าอย่าง ทาคุมิ มินามิโนะ มีความเร็วที่ระเบิดได้ แม้ว่าฟอร์มของพวกเขาจะขาดความสม่ำเสมอในช่วงหลัง โดยชนะเพียง 1 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด จาก 4 นัดหลังสุด

นั่นยังไม่จบเพียงเท่านี้ แม้ว่าโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์จะนำอยู่สี่แต้ม แต่พวกเขายังไม่สามารถการันตีการผ่านเข้ารอบแชมเปียนส์ลีกได้ ขณะที่ไฟร์บวร์กตามหลังโซนยุโรปเพียงห้าแต้มเท่านั้น และเกมนัดสุดท้ายกับฮอฟเฟ่นไฮม์อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้

ช่วงท้ายของบุนเดสลีกามักจะเต็มไปด้วยความดราม่าเสมอ ฤดูกาลที่แล้ว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เก็บได้ 19 คะแนนจาก 7 นัดสุดท้ายเพื่อสร้างการกลับมาอย่างน่าทึ่ง ขณะที่ฤดูกาลนี้ 7 ครั้งที่โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เสียประตูนำเป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจน

ชัยชนะ 2-0 ของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เหนือโคโลญจน์เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นตัวอย่างของการแข่งขันที่ตึงเครียดเช่นนี้ ตัวสำรอง เทอร์เรียร์ ทำลายความตึงเครียดในนาทีที่ 64 ด้วยการเตะแบบสกอร์เปี้ยนคิกอันน่าทึ่ง ก่อนที่อันดริชจะปิดท้ายชัยชนะด้วยการโหม่งในอีกหกนาทีต่อมา

ชัยชนะครั้งนี้ได้มาอย่างยากลำบาก แต่สิ่งที่สำคัญคือ การเก็บสามแต้มได้สำเร็จ ในรอบการแข่งขันเดียวกัน ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต เอาชนะ อูร์กสบวร์ก ไปได้ 1-0 ขณะที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ถล่ม ฮัมบูร์ก ไป 4-1 ทั้งสี่ทีมที่ลุ้นแชมป์ต่างเก็บแต้มเต็ม ทำให้การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งท็อปโฟร์ทวีความเข้มข้นขึ้น

การแข่งขันที่กำลังจะมาถึงของบริษัทเภสัชกรรมนั้นไม่ได้ง่ายเลย การเดินทางไปเยือนยูเนียน เบอร์ลิน ตามด้วยการเปิดบ้านพบกับไมนซ์ที่กำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อหลีกเลี่ยงการตกชั้น – แต่ละนัดสัญญาว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก

ฮอฟเฟ่นไฮม์จะพบกับโวล์ฟสบวร์กและไฟร์บวร์ก ขณะที่แฟรงค์เฟิร์ตจะเจอกับซาน พอลี และสตุ๊ตการ์ท ตารางการแข่งขันของทั้งสามทีมมีความท้าทายที่ใกล้เคียงกัน ทีมที่ผิดพลาดน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะในที่สุด

เมื่อไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นเปิดบ้านรับการมาเยือนของโคโลญจน์ การยิงฟรีคิกของการ์เซียเกือบจะเข้าประตู แต่โคโลญจน์กลับพลาดโอกาสทำประตูที่โล่งอย่างน่าเสียดาย จนกระทั่งเมื่อตัวสำรอง เทรีเย่ ลงสนาม เกมถึงเปลี่ยนทิศทางไป

ความตึงเครียดที่ทำให้ต้องกัดเล็บนี้ ซึ่งชัยชนะแขวนอยู่บนเส้นด้าย แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดเพื่อชิงตำแหน่งท็อปโฟร์ในบุนเดสลีกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่ด้านบนของตารางคะแนน แฮร์รี่ เคนของบาเยิร์นนำเป็นจ่าฝูงด้วย 17 ประตู ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างการแข่งขันชิงแชมป์กับการต่อสู้เพื่อชิงอันดับที่สี่

เบื้องหลังความสุขจากชัยชนะสามนัดติดต่อกันคืออารมณ์ที่ซับซ้อนของแฟนบอลไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมสามารถแสดงเกมรุกที่มีประสิทธิภาพสูง เปลี่ยนสามจังหวะยิงให้เป็นสามประตูได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มักมีช่วงหลุดฟอร์มอย่างกะทันหันในแมตช์สำคัญ

ช่องว่าง 15 แต้มกับบาเยิร์น มิวนิค เป็นกระจกสะท้อนสถานะที่แท้จริงของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น บางทีเลเวอร์คูเซ่นในฤดูกาลนี้อาจถูกกำหนดให้ต้องเผชิญกับความขัดแย้งเช่นนี้: ในด้านหนึ่งคือแววแห่งความเป็นแชมป์ที่ปรากฏเป็นครั้งคราว ในอีกด้านหนึ่งคือความจริงอันโหดร้ายของการแข่งขันเพื่อแย่งชิงอันดับที่สี่

โพสต์ล่าสุด

บทความยอดนิยม

lucky9999.com/
lucky9999.com